วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาในปี 1787


ในปี ค.ศ. 1786 ชาวอเมริกาตระหนักว่าบทบัญญัติของสมาพันธรัฐ (Article of Confederation) ซึ่งเอกสารก่อตั้งประเทศที่ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมก่อตั้งประเทศในปี ค.ศ. 1777 บทบัญญัติดังกล่าวแทบจะไม่ได้ให้อำนาจรัฐสภาในการกำกับดูแลกิจการภายในประเทศ ไม่มีอำนาจในการจัดเก็บภาษี และไม่มีอำนาจกำกับดูแลกิจการเชิงพาณิชย์แต่ประการใด เมื่อไม่มีอำนาจในเชิงบังคับใช้ รัฐสภากลางของสหรัฐ ต้องพึงพาการบริจาคเงินงบประมาณจากมลรัฐสมาชิกและสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือมลรัฐต่าง ๆ มักจะปฏิเสธให้เงินงบประมาณตามที่รัฐสภาร้องขอ ดังนัน้ รัฐสภากลางของสหรัฐ จึงไม่มีเงินที่จะจ่ายให้แก่ทหารหรือกองกำลังเพื่อทำสงครามปฏิวัติ (Revolutionary War) หรือชำระเงินกู้จากต่างประเทศที่ยืมเพื่อทำสงครามปฏิวัติ ต่อมาในปี ค.ศ. 1786 สถานะทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาถึงขั้นล้มละลาย ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศที่พึ่งเกิดใหม่อย่างสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับปัญหาความท้าทายมากมาย มลรัฐต่าง ๆ มีความขัดแย้งในทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกันโดยไม่มีท่าทีจะตกลงกันได้ เช่น มลรัฐทางตอนใต้ขัดแย้งกับมลรัฐทางตอนเหนือเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงไม่อยู่ในสภาพที่ดีนักในการต่อสู้กับสงครามเศรษฐกิจดังกล่าว ประเทศที่เป็นพันธมิตรเป็นห่วงกังวลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเทศเจ้าหนี้ของสหรัฐอเมริกา

ในขณะเดียวกัน มลรัฐที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของรับบาลกลางอย่างเช่นมลรัฐโรดไอแลนด์ก็เป็นกังวลเช่นกัน รัฐสภาของมลรัฐที่เสียงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าหนี้ได้ออกกฎหมายยกหนี้ทั้งหมดเพราะเห็นว่าเป็นมาตรการกระจายทรัพย์สินใหม่ในทุก 13 ปี ในขณะที่มลรัฐแมสซาซูเซสซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรที่โกรธแค้นได้ประท้วงเพื่อให้มีการบรรเทาหนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1787 ปัญหาเริ่มบานปลายนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการประชุมรัฐสภาในเดือนพฤษภาคม ณ เมืองฟิลาเดลเฟียเพื่อออกแบบการปกครองโดยรัฐบาลกลางใหม่และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายรัฐธรรมนูญ และประชาชนทั่วประเทศก็เรียกร้องสิทธิเสรีภาพอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปถึงขอบเขตของสิทธิเสรีภาพที่ควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ บางสิทธิเสรีภาพยังไม่มีความชัดเจน เช่น สิทธิเสรีภาพในการเป็นเจ้าของทาส 

การประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญในฟิลาเดลเฟีย (Convention in Philadelphia)

ในวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1787 หนึ่งสัปดาห์ก่อนกำหนดการประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญ ผู้แทนจากมลรัฐต่าง ๆ ได้ประชุมหารือในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ของมลรัฐเพนซิวาเนียในเมืองฟิลาเดลเฟีย ในวาระแรกมีการเลือกนายพลจอร์จ วอชิงตันเป็นประธานของการประชุม และมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม ซึ่งในขณะนั้นเป็นการประชุมลับ วาระการประชุมหลักเริ่มสี่วันต่อมาหลังจากผู้ว่าการมลรัฐเวอร์จิเนีย นายเอ็ดมุนด์ แรนดอล์ฟได้นำเสนอร่างแผนโครงสร้างใหม่ของรัฐบาล (เรียกว่า แผนเวอร์จิเนีย) ซึ่งยกร่างโดยเจมส์ แมดิสันผู้แทน โดยแผนดังกล่าวมุ่งหวังให้รัฐบาลแห่งชาติมีความเข้มแข็ง รัฐบาลเลือกตั้งตามสัดส่วนของจำนวนประชากร แผนให้รัฐบาลกลางเพื่อออกกฎหมายในทถกมลรัฐที่มลรัฐแบ่งแยกไม่มีความสามารถเพียงพอและให้สภาแห่ชาติเพื่อแก้ไขอำนาจในคัดค้านรัฐสภาของมลรัฐ ผู้แทนจากมลรัฐเล็ก ๆ และมลรัฐที่ไม่เห็นด้วยกับการให้อำนาจรัฐบาลกลางอย่างกว้างขวางต่อต้านแผนดังกล่าว เช่น มลรัฐแคโรไรน่าใต้ได้ถามว่าผู้สนับสนุนแผนดังกล่าวหมายถึงการยกเลิกรัฐบาลมลรัฐหรือไม่ ต่อมาในวันที่ 14 มิถุนายน นายวิลเลี่ยม ปีเตอร์สันผู้แทนจากมลรัฐนิวเจอร์ซี่ได้นำเสนอร่างแผน (เรียกว่า แผนนิวเจอร์ซี) ซึ่งเสนอให้รัฐบาลกลางยังคงมีอำนาจมากขึ้น ในการประชุมหารือในช่วงสามเดือน ผู้แทนจากมลรัฐต่าง ๆ ได้เจรจาต่อรองตามแผนทั้งสอง ในที่ประชุมมีการเพิ่มอำนาจแก่รัฐสภาใหม่ ๆ เช่น อำนาจในการกำกับดูแลเศรษฐกิจ เงินตรา และการป้องกันประเทศ แต่ที่ประชุมปฏิเสธที่จะให้อำนาจรัฐบาลกลางในการคัดค้านกฎหมายของมลรัฐที่ออกใหม่ นอกจากนี้ ผู้แทนจากมลรัฐตอนใต้คัดค้านว่ารัฐสภาไม่ควรมีอำนาจในการจัดกัดการค้าทาสและการมีทาส ประเด็นสำคัญที่มีการถกเถียงกันอย่างมากคือการลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะมลรัฐที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในการแบ่งสัดส่วนที่นั่งและเสียงในสาภผู้แทนราษฎร์ ในที่สุดก็ตกลงให้จัดสรรจำนวนผู้แทนราษฎร์ตามสัดส่วนประชากรและวุฒิสภาให้แต่ละมลรัฐมีสองที่นั่งเท่ากันตามข้อเสนอของนายโรเจอร์ เชอร์แมน ผู้แทนของมบรนัฐคอนเน็ตติกัต (เรียกว่าการประนีประนอมคอนเน็ตติกัต)

ในเดือนกันยายน การประนีประนอมครั้งสุดท้ายสามารถบรรลุได้ เงื่อนไขสุดท้ายได้มีการปรับปรุงและผ่านความเห็นชอบ ในการประชุมดังกล่าว แต่ละมลรัฐมีเพียงหนึ่งเสียง ดังนั้น แต่ละมลรัฐมีความเห็นแย้งค่อนข้างมากและไม่มีท่าทีว่าจะสำเร็จ แต่ในท้ายที่สุดผู้แทน 39 มลรัฐจาก 55 มลรัฐสนับสนุนการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังกล่าว ซึ่งก็เพียงพอในการชนะจากแต่ละผู้แทนจาก 12 มลรัฐ (มลรัฐโรดไอแลนด์ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม) ต่อมามีพิธีลงนามรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 กันยายนในปีเดียวกัน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบัน
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น